Mild Breath

เที่ยวสนุก กินอร่อย พักสบาย

24 มี.ค. 2562, 09:08 น. 622

Line

20190317125207.jpeg

 

ทริปนี้เราพาไป ไหว้พระ ทำบุญที่เมืองสองแคว หรือเมืองพิษณุโลกนั่นเอง นอกจากอิ่มบุญยังอิ่มท้องด้วย ยังไงรีบตามมาเลยคะ 

เราออกเดินทางโดยขับรถจาก กทม. มาอำเภอเมืองพิษณุโลก ใช้เวลาประมาณ สี่ชั่วโมงถึงพิษณุโลกประมาณเที่ยงๆ

แวะกินก่อนด้วยความหิว จริงๆคือตั้งใจไปไหว้พระที่วัดพระใหญ่เลยเลิอกกินข้าวเที่ยงที่นี่ก่อนเลย ใกล้ๆกับวัดพระใหญ่มีก๋วยเตี๋ยวห้อยขาริมน้ำน่าน ในจินตนาการคือ ได้นั่งห้อยขาแล้วมีน้ำอยู่ข้างล่างแต่เปล่าเลย มันคือร้านก๋วยเตี๋ยวที่ตั้งอยู่ตรงข้ามแม่น้ำน่าน มีถนนซอยเล็กๆ ผ่านหน้าร้าน มีโต๊ะที่สามารถนั่งห้อยขาได้ 

ราคาอาหารไม่แพงมีของกินเล่นเยอะดี ปกติเราไม่ชอบรสชาดหวาน เราว่าก๋วยเตี๋ยวมันออกหวานไปนิด 

ลืมบอกไป ถ้าขับมาอาจดูหาที่จอดรถยากๆหน่อย ที่ร้านมีที่จอดบริการให้คะ ถนนหน้าร้านเป็นวันเวย เมื่อขับรถผ่านหน้าร้านมานิดนึงจะมีสามแยกให้เลี้ยวขวาไป เขียนว่าที่จอดรถร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาริมน่าน (ดูป้ายดีๆนะคะ มีที่จอดสองร้านติดกัน อย่าเผลอจอดผิดร้านนะ ของริมน่านลานจอดที่ 2) เค้าจะให้บัตรจอดรถมา ให้เราแลกตอนที่จ่ายเงินได้เลยคะ ไม่เสียค่าจอด

กินอิ่มไปต่อดีกว่าคะ 

เราจอดรถไว้ที่ร้านแล้วเดินไปวัด เดินไปนิดนึงถึงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุมหาวรมหาวิหารหรือ วัดใหญ่ ด้านในมีพระพุทธชินราช องค์ใหญ่หรือ หลวงพ่อใหญ่สร้างตั้งแต่สมัยสร้างเมือง ปี พ.ศ. 1900

เข้ามาข้างในถึงกับร้องว้าวกับความงดงามของพระพุทธรูป ข้างนอกร้อนตับแตก แต่ด้านในเย็นสบาย ดูไปรอบๆ เป็นสีทองสลับดำตระการตาตระการใจจริงๆ

พระพุทธรูปองค์ใหญ่คือพระพุทธชินราช เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่งดงามที่สุดในประเทศ

เมื่อเข้ามาแล้วจะต้องนั่ง นั่งถ่ายรูปเท่านั้นคะ ย้ำนั่งนะคะนั่งห้ามยืนถ่าย มีเจ้าหน้าที่คอยบอกให้นั่ง บางคนพอเค้าให้นั่งก็พยายามทำตัวยืดตัวยาวออกมา เราอยากบอกนั่งเถอะคะ พระองค์ใหญ่ ถ่ายยังไงก็สวย เพื่อนๆที่เข้ามาก็ได้ถ่ายเห็นองค์พระด้วย

เค้าบอกให้นั่งเพื่อเคารพพระพุทธรูป (แต่เราว่าดีเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยถ้าทุกคนยืนหมดจะบังความสวยงามขององค์พระ)

ผู้หญิงที่เข้ามาด้านในนี้ต้องแต่งตัวสุภาพ ไม่นุ่งสั้นหรือใส่เสื้อแขนกุดนะคะ

ภายในวัดค่อนข้างกว้างสวยไปหมดทุกมุม เดินจนเพลินเลย

จากโบถส์พระวิหารเดินเลาะมาทางขวาเรื่อยๆผ่านองค์พระหลายๆองค์ จะเจอพระธาตุต้องขึ้นบรรไดไปสักการะ ซึ่งสูงและค่อนข้างชันมาก ถ้ากลัวความสูง ไม่ควรขึ้นคะ เพราะอาจจะลงไม่ได้ เราเองไปได้แค่ครึ่งเดียว เลยไม่มีรูปด้านบนมาฝาก ไหนจะกระโปรงยาวๆไหนจะกล้อง เราเห็นผู้ชายที่ขึ้นไปสุดแล้วลงมายังดูลำบาก เลยตัดสินใจไม่ขึ้นไป 

ต้องขอขอบคุณป้าที่ขายดอกไม้ตรงนั่นที่ช่วยถ่ายรูปสวยๆให้

หันไปทางไหนก็สวยไปหมดเลย แต่พวกเราทนความร้อนกันไม่ไหว เสียดายยังมีที่เราไม่ได้เดินไปอีก พระอัฏฐารส พระเหลือ วิหารพระเจ้าเข้านิพพาน 

ไปต่อกันที่อื่นดีกว่าคะ ไปหลบร้อนที่สวนบัวอมรรัตน์ บัวอะไรยืนได้ ก็ยัง งงๆ สงสัย ไปดูให้เห็นกับตาทีสิ!!

สวนบัวอมรรัตน์มีใบบัวขนาดใหญ่ที่คนสามารถลงไปยืนได้คะ จริงๆ

ที่นี่มีบ่อบัว 2 บ่อ มีร้านกาแฟเล็กๆ ขายเครื่องดื่ม บรรยากาศสวนบัวยังคงความเป็นสวนจริงๆ ดินแดงๆ เก้าอี้โลคอลๆ 

หากมาชมแล้วชอบ อยากได้ไปปลูก เอาไปยืนคนเดียวที่บ้าน!! เค้ามีเมล็ดพันธ์บัวและต้นกล้าขายด้วยปลูกใช้เวลาประมาณ 1 ปีนะคะ บัวถึงจะโต

ตอนเราไปนั่นเดือนมีนาคม บัวรับน้ำหนักได้ 60 กิโลกรัม (นน.เกินเกณฑ์ อดเล่น!)

ถ้าใบบัวโคเต็มที่สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม คิดค่าบริการยืนบนใบบัวครั้งละ 100 บาท

 

มาสวนบัวไม่ได้มีวิวบ่อบัวแค่อย่างเดียวนะคะ ยังมีวิวทุ่งนาให้เราได้ถ่ายรูปเล่นกันอีกด้วยคะ

เราแอบไปหลบร้อนที่รีสอร์ท รอจนเย็นๆ แวะไปถ่ายรูปแถวๆพระราชวังจันทร์ เค้าเปิดไฟรอบๆ ไม่มืด

ตอนเราไปแสงประมาณ หกโมงมีความเกือบมืด พอมันมืดหมด ฟ้าวันนั่นเป็นสีม่วง คือสวยมากกก สวยมากจริงๆ องค์พระสีขาวรับกับแสงสีม่วง หมุนกล้องไปมุมไหนก็สวยหมดเลย ความรู้สึกตอนนั่นเหมือนมีพลัง ความศักดิ์สิทธิ์ ณ เวลาโพล่เพลเรารู้สึกว่ารอบๆยังมีชีวิต (ขนลุก นี่ไม่ได้มาเล่าเรื่องลี้ลับ)

ที่ๆเรายืนอยู่ คือ วัดวิหารทอง มีพระอัฏฐารสองค์ใหญ่ เป็นพระยืน  มีซากเสาศิลาแลงที่ปรักหังพัก ขนาดใหญ่มากใหญ่มากจริงๆ  ทำให้เราคิดไปถึงความรุ่งเรืองในสมัยโบราณ วัดนี้คงเป็นศูย์กลาง ศูนย์รวมจิตใจ คงเป็นวัดที่ใหญ่และสวยมากจริงๆ

ถัดออกมาจากพระราชวังจันทร์ เป็นศาลหลักเมือง ตอนกลางคืนเค้าติดไฟ เปลี่ยนสีได้หลายๆสี เราถ่ายติดสีม่วง

เริ่มหิวไปหาอาหารเย็นกินดีกว่า เราแวะไปกิน ชิว ช็อป เดินเล่นที่ถนนคนเดิน ถนนยาวมากจริงๆ คนก็เยอะมากด้วย มีร้านค้าตั้ง 2 เลนส์ มีทั้งอาหารคาว กับข้าว ขนมจีน ข้าวซอย มีทุกอย่าง น้ำปั่น น้ำหวานต่างๆ สารพัดขนมและเสื้อผ้าของใช้ ตั้งขายยาวไปตลอดแนว

ที่ถนนคนเดินมี ศาลสมเด็จพระสุพรรณกัลยา หรือพระพี่นางของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์สีดำตัดกับไฟสีเหลืองสวยงาม

ถนนคนเดินมีทุกวันเสาร์ คนเยอะมากคะ ที่จอดรถหาค่อนข้างยากหน่อย เราข้ามสะพานไปจอดหน้าวัด

เมนูที่เราชอบมาก แตงโมปั่นกินแล้วเดินต่อได้ยาวเลยคะ ช่วยให้หายร้อนดีเลย

ราคาเท่ากัน 35 บาท ไม่ว่าจะเป็นแบบแก้ว หรือแตงโมเป็นลูก

ซาลาเปาจิ๋วก็มี เราว่าแป้งเยอะไปนิด อยากให้มีแต่ไส้  เมนูยำปลาส้มชอบมาก อร่อยมาก เค้าให้หัวหอมซอยมาเยอะมาก

 

DAY2

ตอนเช้าเราแวะเข้าไปพระราชวังจันทร์อีกครั้ง ไปดูทุกอย่างให้มันชัดขึ้น บวกกับเมื่อวานหาศาลสมเด็จพระนเรศวรไม่เจอ เช้านี้เลยขอแวะไปสักการะสักหน่อยก่อนเดินทางกลับ กทม.

ต้องแต่งกายสุภาพนะคะ ผู้หญิงหากใส่กางเกงขาสั้นจะมีผ้าถุงบริการตรงร้านขายดอกไม้หน้าศาลใส่ไปคะ สวยแบบหญิงไทย อย่าลืมถอดรองเท้าไว้ข้างล่างแถวๆที่จุดธูปไหว้ด้วยนะคะ เค้าไม่ให้ใส่รองเท้าขึ้นบนศาลด้วยคะ

จากนั่นขับรถวนไปดูวัดพระวิหารทองอีกครั้ง แดดเช้าก็ได้ความสวยงามไปอีกแบบคะ

พระวิหารทอง ศาลสมเด็จพระนเรศวร วัดสุคต อยู่ในบริเวณพระราชวังจันทร์หมดเลย นอกจากนี้ยังมีศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทร์ ซึ่งเปิดเวลา 9 โมง เราไม่ๆได้เข้าไป หิวก่อน!

ออกจากพระราชวังจันทร์ ถัดมานิดนึงเป็นศาลหลักเมืองตามเสตป เมื่อคืนถ่ายแสงกลางคืนไปแล้วมีไฟๆหลายๆสี เราว่าสวยแล้ว กลางวันสวยยิ่งกว่าอีก สีทองของศาลหลักเมืองกระทบกับแดดยามเช้า มันดูทองสะดุดตายิ่งขึ้นอีก

อยู่ใกล้ๆกันกับศาลหลักเมือง ข้ามสะพานมานิดนึง เป็นวัดนางพญาซึ่งเค้าว่า พระมเหสีของพระมหาธรรมราชา (พระราชมารดาของสมเด็จพระนเรศวร) เป็นผู้สร้างวัดนี้ 

 

เราชอบเจดีย์ตรงนี้ ผ้าที่เค้าคลุมเจดีย์ สีออกขาวทอง มันดู้เด่น ดูสวย แสงเช้าตกกระทบบนผ้า ดูดึงดูดตามากเนื่องจากเจดีย์หักพังลงมา เค้าจึงคลุมผ้าไว้ ตอนเดินไปใกล้ๆจะเห็นองค์พระพุทธรูปองค์เล็กๆมากมายหล่นอยู่ คือ พระพิมพ์นางพญาที่ถูกบรรจุไว้บนหอระฆังของเจดีย์  เมื่อเจดีย์หักลงมาพระพิมพ์นางพญาจึงตกลงมาปนกับซากของเจดีย์ 

จิตรกรรมฝาผนังที่ภายในวัดสีน้ำเงินสวยงามมาก อยู่ด้านนอกโบถส์

ภายในวัดนางพญายังมีศาลพระมหาเถรคันฉ่องพระอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรและพลับพลาที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวร สวยไปหมดทุกมุม

วัดนางพญา ไม่ใหญ่มากแต่มีความแตกต่างจากวัดใหญ่อยู่บ้าง ภายในงดงามมีเสน่ห์ยิ่งนัก 

พระพุทธรูปในโบถส์เป็นพระพุทธชินราช เหมือนกันกับวัดใหญ่ แต่ภายในดูเล็กกว่า ถ่ายออกมาก็เหมือนกันเลย

ออกจาดวัดนางพญา ตรงข้ามเป็นวัดราชบรูณะ ตั้งติดกับแม่น้ำน่าน

ที่วัดมีกงจักรขนาดใหญ่ สามารถหมุนได้ (ได้ยินตอนวัดประกาศไม่แน่ใจว่าหมุนยังไง)

ที่วัดมีให้ทำบุญแผ่นทองคำและทองคำก้อน ติดทองลูกนิมิตรด้วยคะ

ใกล้เที่ยงแล้ว เป้าหมายต่อไปคือตั้งใจไปฝากดวงแก้ปีชงที่โรงเจไซทีฮุกตึ๊ง

เราขับรถขึ้นมาบนเขา เลยโรงเจขึ้นมาก่อนด้านบนมีพระมหาชัยเจดีย์ศรีสมอแคลง วัดเขาสมอแคลง เป็นเจดีย์ยอดด้วน คือยอดด้านบนหัก เป็นเจดีย์ลังกาฐานสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ 3 ชั้น

และจุดชมวิวหนุมานทัศนาถ่ายประวัติมาให้อ่านเลยคะ

ขับรถลงเขาลงมานิดนึงเป็นโรงเจไซทีฮุกตึ๊ง ซึ่งสร้างมาจากชาวจีนที่อพยพเข้ามาบริจาคเงินกัน เพื่อให้มีโรงเจไว้สำหรับสวดมนต์ กินเจ

มีที่จอดรถกว้างขวางสะดวกสบาย มีรถบริการรับส่งเด็กและผู้สูงอายุจากลานจอดมายังหน้าโรงเจ มีเจ้าหน้าที่บริการตลอดทางเลยคะ นอกจากนี้ยังมีรถเข็นไว้บริการอีกด้วยคะ

ถอดรองเท้าก่อนขึ้นโรงเจนะคะ ถ้ากลัวรองเท้าหายเค้ามีตู้ล็อกเกอร์บริการ ใส่ตู้ล็อกกุญแจไว้เลยคร้า

ใครปีชงก็มาทำพิธีฝากดวงไว้ที่นี้

มีทำทาน ถวายข้าวสาร ผ้าห่ม แมกกี้ อีกด้วย บริจาคเงินทำทานข้าวสาร 100 บาท เสร็จนำข้าวสารไปถวายหน้าเจ้าแม่กวนอิมพันมือ

ใครอยากได้ปี่เซี่ยะมาบูชา หรือพกติดตัวที่นี้มีขายครบคะ ไม่ต้องไปไกลถึงฮ่องกงเลย

ใครไปคิดว่ามุมถ่ายรูปในโรงเจจะมีเยอะขนาดนี้

มาโรงเจ ต้องมาทานอาหารเจ มาที่นี้เราว่ามันได้ครบหมดทุกอย่างเลย ได้มาฝากดวงแก้ปีชง มาทำบุญโลงศพ ทำทานข้าวสาร ซื้อปี่เซี่ยะ ทำบุญ อิ่มท้องที่โรงเจ อาหารก็อร่อย 

เค้าจะบอกว่าตักอาหารแต่พอทานเพราะแม่ครัวตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือ เราจะไม่เข้าใจจนกว่าจะได้ชิม เราตักมาอย่างละนิด กะชิมให้ครบ พออาหารเข้าปากถึงกับร้องเห้ย อร่อย เค้าตั้งใจทำสุดฝีมือจริงๆ คือ อร่อยกว่าร้านขายอาหารเจที่เราเคยไปทานอีก

ตรงข้ามโรงเจ เป็นวิหารจี้กงและจุดชมวิว

ออกจากโรงเจ ก่อนถึงตีนเขา มีเจ้าแม่กวนอิมหยกขาวเขาสมอแคลง แวะไปสักการะก่อนเดินทางกลับ

เป็นเทพเจ้าแห่งความรัก องค์เจ้าแม่กวนอิมทำจากหยกพิเศษ หากอยากขอพรอฐิฐานให้เอาหลังเราพิงหลังท่าน ถ้าจะบนบานแก้ด้วยสร้อยไข่มุก

ที่นี่เค้ามีดอกบัวขาย สามารถซื้อนำไปขอพร ลอยน้ำรอบๆ 

ก่อนกลับ กทม. แวะเล่นน้ำที่แก่งไฮ คลายร้อนพร้อมกับทานข้าวที่นี่เลยคะ

ค่าเช่าแพ จันทร์ - ศุกร์ ราคา 300 บาท เสาร์ - อาทิตย์ วันหยุดนักขัต 500 บาท ราคาต่อ 4 ชั่วโมง

เค้ามีเรือมาลากเราไปลอยแพไว้กลางแก่ง มีเรือมาส่งอาหารด้วยคะ

ถึงเวลาที่ต้องกลับ กทม. แล้ว เราชอบที่นี่มาก ได้ครบ เข้าวัด ทำบุญ ชมวัดโบราณ ย้อนรอยประวัติศาสตร์ สะเดาะเคราห์ ทานข้าวโรงเจ ทำทาน แถมพระอาทิตย์ตกที่ทุ่งนายังสวยเลย

ขอบคุณเพื่อนๆที่ตามมาอ่านจนถึงตอนนี้ พบกันใหม่คะ

ประเภท : ที่เที่ยว
เบอร์โทรศัพท์ : Na
อีเมล : Na
เว็บไซต์ : Na
Facebook : mildbreath
ที่อยู่ : อ. เมืองพิษณุโลก จ. พิษณุโลก

ติดป้าย : พิษณุโลก   เที่ยววัด   ทำบุญ   ทำทาน   โรงเจ   phisanulok   thailand   สวนบัว   บัวยืนได้   วัดวิหารทอง   โรงเจไซทีฮุกตึ๊ง   เจ้าแม่กวนอิมหยกขาว   เจ้าแม่กวนอิมพันมือ   กินข้าวโรงเจ   อาหารเจ   พระมหาชัยเจดีย์สมอแคลง   วัดราชบูรณะ   วัดนางพญา   ศาลสมเด็จพระนเรศวร   นอนแพริมน้ำ   ศาลหลักเมือง   ช็อปปิ้งถนนคนเดิน   ถนนคนเดินพิษณุโลก   พระวิหารพระพุทธชินราช   สวนบัวอมรรัตน์  

Line